ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัย ในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ โรคเอดส์ หนองใน ยังมีโรคอีกมากมายในปัจจุบันนี้

ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัย ในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบ บี หูดหงอนไก่ หนองในเทียม หนองในแท้ โรคเริม พยาธิในช่องคลอด แผลริมอ่อน ซิฟิลิส และยังมีโรคอีกมากมายในสังคมปัจจุบัน ถุงยางอนามัยไม่ใช่เพียงป้องกันโรคเหล่านี้ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันในการคุมกำเนิด ซึ่งถือเป็นปัญหาของสังคมอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ถุงยางอนามัย เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ดีมีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ ถุงยางอนามัยที่ใช้จะต้องได้มาตรฐาน ไม่เสื่อม ไม่รั่ว ไม่ซึม ไม่หมดอายุ และต้องใช้อย่างถูกวิธีและใช้อย่างสม่ำเสมอเมื่อมีเพศสัมพันธ์

เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมถึงท้องได้ ในเมื่อก็ใช้ถุงยางอนามัยแล้ว? ทำไมถึงมีอาการแสบเมื่อปัสสาวะ ในเมื่อมีการใช้ถุงยางอนามัยแล้ว? ในการสำรวจพบว่ามีอัตราตั้งครรภ์ของผู้หญิงยังสูงถึง 10-15 ราย ใน 100 ราย ใน 1 ปี ซึ่งเกิดจากการล้มเหลวในการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งควรเลือกใช้ถุงยางอนามัยที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันทั้งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งป้องกันการตั้งครรภ์ได้อีกด้วย ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัย ในการป้องกันโรค ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบ บี หูดหงอนไก่ หนองในเทียม หนองในแท้ พยาธิในช่องคลอด ซิฟิลิส โรคเริม แผลริมอ่อน

การใช้ถุงยางอนามัยไม่ถูกวิธี เช่น คลี่ออกทั้งหมดก่อนสวมใส่ การใส่ผิดด้าน การดึงถุงยางอนามัยมาจนสุดไม่เหลือติ่ง ไม่ไล่อากาศออกจากติ่งกระเปาะ ถูกเล็บหรือของมีคมทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานลดลง การนำกลับมาใช้ใหม่หลังจากที่ใช้ไปพักหนึ่งแล้วถอดออก การไม่จับขอบตอนถอนสมอ การใช้สารหล่อลื่นที่ไม่เหมาะสม หลั่งแล้วแช่นานจนนกเขาหลับ การใช้ไม่ถูกวิธีเหล่านี้อาจเกิดการแตก รั่ว เลื่อนหลุดของถุงยางอนามัยได้ หรืออาจจะทำให้เกิดการปนเปื้อนของน้ำอสุจิบริเวณช่องคลอด

การใช้ถุงยางอนามัยไม่สม่ำเสมอ เป็นสาเหตุหลักในการคุมกำเนิด ซึ่งอาจมาจากความไม่ร่วมมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือใช้ถุงยางอนามัยสลับกับการนับวันหรือหลั่งภายนอก การแตกของถุงยางอนามัย แม้ได้ระมัดระวังอย่างดีแล้ว ควรเลือกถุงยางอนามัยที่เหนียวและไม่ขาดง่าย การเลื่อนหลุดของถุงยางอนามัยแม้ได้ระมัดระวังอย่างดีแล้ว สาเหตุการแตกของถุงยางอนามัย

แต่เดี๋ยวก่อน ถึงแม้ว่าหนุ่มๆ จะใช้ เจ้าถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีและระมัดระวังอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ถุงยางอนามัยก็ยังแตกได้นะครับ โดยมีรายงานว่าถุงยางอนามัยมีโอกาสขาดในระหว่างมีเซ็กซ์ได้ตั้งแต่ร้อยละ 1 ถึง 12 เฉลี่ยก็ร้อยละ 5 ยิ่งถ้าเป็นการมีเซ็กซ์ข้างหลังของกลุ่มชายรักชายแล้วด้วย จากการศึกษาของนาย steiner* พบว่า กว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มดังกล่าว จะพบการแตกของถุงยางอนามัยตรงส่วนปลายปิด หนึ่งในสี่จะพบการแตกตรงส่วนลำตัวถุงยางอนามัยและอีกหนึ่งในสี่ แตกบริเวณปลายเปิดแต่ที่สำคัญคือ ส่วนใหญ่กว่าจะรู้ว่าถุงยางอนามัยแตก ก็เสร็จกิจไปแล้วถึงสองในสามของการแตก By The Bedroom Story

*Condom Breakage and Slippage Rates AmongStudy Participants in Eight CountriesBy Markus Steiner, Carla Piedrahita, Carol Joanis, Lucinda Glover and Alan Spruy

A study based on a convenience sample of 177 couples who each used 11 condoms found that 103 condoms (5.3%) broke before or during intercourse and 67 condoms (3.5%) slipped off during sex. Couples who had not used a condom in the past year were almost twice as likely to experience condom failure as were couples who had used at least one during that period (p < .001). Of the couples who had used a condom in the previous year, the failure rate among those who reported at least one condom break during that period was more than twice the failure rate among those who reported no breaks (p < .001). Among couples who had used condoms in the past year without breaking any, those who did not live with their partner and those who had a high school education or less were at increased risk of condom failure (adjusted odds ratios of 3.2 and 2.7, respectively).