เวนท์เวิร์ท เอิร์ล มิลเลอร์ ที่ 3 (อังกฤษ: Wentworth Earl Miller III) เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1972 ในชิปปิงนอร์ตัน ออกซฟอร์ดไชร์ ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรชายของ จอย มารี (สกุลเดิม ปาล์ม) อาชีพครู และ เวนท์เวิร์ท เอิร์ล มิลเลอร์ ที่ 2 อาชีพทนายความและครู[1] มิลเลอร์เคยพูดว่า พ่อของเขามีเชื้อสาย จาเมกา[2][3] เยอรมัน อังกฤษ ยิว และอินเดียนแดงเผ่าเชอโรกี[4] ส่วนแม่ของเขามีเชื้อสาย รัสเซีย ฝรั่งเศส ดัตช์ และซีเรียน[3] ครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ที่พาร์กสโลป บรู๊กลิน นิวยอร์ก ตั้งแต่เขาอายุได้ 1 ขวบ และเขาถือ 2 สัญชาติ[5] เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนมิดวูดไฮสคูลใละครเวทีและร้องเพลง เมื่อตอนที่เรียนในวิทยาลัย และเขายังได้เดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ในโลกกับกลุ่มการแสดงของโรงเรียน [6]

อาชีพ[แก้]
ในปี 1998 เขามุ่งหน้าไปลอสแอนเจลิสเพื่ออาชีพนักแสดง บทบาทแรกของเขาคือแสดงใน ในซีรีส์เรื่อง Buffy the Vampire Slayer (“Go Fish”, 1998) จากนั้นแสดงในมินิซีรีส์ของเอบีซี เรื่อง Dinotopia ในปี 2002 เป็นบทบาทเล็ก ๆ ต่อมาในปี 2003 เขาแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Human Stain รับเป็นเป็นแอนโธนี ฮ็อปกินส์ ตอนหนุ่ม

ในปี 2005 มิลเลอร์ รับบทเป็น ไมเคิล สกอฟิลด์ ในรายการโทรทัศน์ดราม่าทางช่องฟ็อกซ์ เรื่อง Prison Break จากบทบาทนี้เองทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงชายยอดเยี่ยมประเภทซีรีส์ดราม่า[7]

มิลเลอร์ยังปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอของมารายห์ แครี ถึงสองครั้งในเพลง “It’s Like That” และ “We Belong Together” ซึ่งกำกับโดยเบร็ต แรตเนอร์ ที่กำกับตอน “the pilot” ใน Prison Break โดยแรตเนอร์ได้โชว์รูปของมิลเลอร์ให้มารายห์ดูและเธอก็ตอบตกลง ซึ่งการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอและตอนใน Prison Break เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งก็มีการวางแผนให้มิลเลอร์สามารถทำงานทั้งสองอย่างได้ เขาออกมาเปิดเผยว่า “มารายห์ เป็นไอค่อนระดับนานาชาติ สองวันที่ผมทำงานในมิวสิกวิดีโอนี้ ทำให้อาชีพการงานได้ส่งผลดีขึ้น ดีกว่าที่เคยทำใน Prison Break

ชีวิตส่วนตัว[แก้]
เวนท์เวิร์ทเปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ในเดือนสิงหาคม 2556 โดยโพสต์จดหมายในเว็บไซต์ GLAAD องค์กรสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ เนื้อความกล่าวถึงการปฏิเสธเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์ในประเทศรัสเซีย ซึ่งเพิ่งออกกฎหมายห้ามเกย์เปิดเผยตัวในที่สาธารณะ

เรื่องราวของเขาเริ่มต้นจากความเครียด ที่ต้องจมอยู่กับอาการของโรคซึมเศร้าตั้งแต่เด็ก และปัญหาต่างๆ มากมายโดยเฉพาะรสนิยมทางเพศ ที่เป็นปัญหาในทุกประเทศทั่วโลก ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีการเปิดกว้างที่มากขึ้น แต่ยังไม่สามารถพูดเต็มปาก 100% ว่าทุกคนจะยอมรับได้ทั้งหมด มิลเลอร์ มีความชอบเพศเดียวกัน หรือที่เรียกว่า เกย์ และเขาต้องเก็บกดความอึดอัดเอาไว้เป็นเวลานานจนมีอาการของโรคซึมเศร้าที่รุนแรงมากขึ้น จนในที่สุดเมื่อความกดดันมันเกิดกว่าขีดจำกัด เขาก็ได้ออกมายอมรับต่อสื่อ และกลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามหยัดยืนจนผ่านปัญหามาได้ และยังประกาศจุดยืนชัดเจน โดยเข้าร่วมเรียกร้องสิทธิสำหรับคนที่มีรสนิยมรักร่วมเพศ อีกด้วย By The Bedroom Story